• เกร็ดความรู้
  • สมัครงาน
  • ติดต่อเรา
Quick link
TH

เกร็ดความรู้จาก บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

เพราะพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของประชาชนทั่วไป เเละยังเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เราจึงเเนะนำความรู้ทั่วไปด้านพลังงานเพื่อความเข้าใจ ใช้อย่างรู้ค่า พัฒนาสู่ความยั่งยืน

“Biogas” พลังงานรักษ์โลก

สวัสดีค่ะ ฉบับที่แล้วได้อธิบายถึงพลังงานในรูปแบบสถานะก๊าซไปแล้ว ฉบับนี้ก็ขอนำเสนอสถานะก๊าซอยู่ค่ะ

ก๊าซที่ว่านี้ คือ Biogas หรือที่รู้จักกันในนามว่า “ก๊าซชีวภาพ” เกิดจากการหมักย่อยของเสียสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ในสภาวะไร้ออกซิเจน เช่น ของเสียจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์  ของเสียจากการเกษตร  ของเสียเทศบาล น้ำเสียโรงงานอาหาร ฯลฯ โดยวัตถุดิบที่นำมาย่อยสลายนั้นมีมากมาย อาทิ ปฏิกูลจากมูลสัตว์ เศษพืช  เศษอ้อย เศษมันสำปะหลัง เศษอาหาร น้ำเสียต่างๆที่มีค่าความสกปรกสูง มาหมักย่อยในระบบ Anaerobic หรือการหมักที่ไม่ใช้ออกซิเจน นั่นเอง โดยก๊าซชีวภาพที่ได้เป็นก๊าซผสมประกอบด้วยก๊าซมีเทนประมาณ (CH4) 66-70% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ (CO2)

30-35%  โดยปริมาตร และก๊าซอื่นๆ เช่น ก๊าซไนโตรเจน (N2)  และไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) อีก 2% 

ก๊าซชีวภาพถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงสะอาด (Clean Fuel) ไม่มีการปลดปล่อยก๊าซที่ได้จากการเผาไหม้ (Zero Emission) อีกทั้งยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในปี 2555 ได้มีการออกประกาศใช้แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกหรือ Alternative Energy Development (AEDP) เนื่องจากการใช้พลังงานในประเทศและการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมีแนวโนมสูงขึ้น โดยตามแผน AEDPได้มีการกำหนดให้ใช้พลังงานทดแทนเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนก๊าซธรรมชาติเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 25% ของการใช้พลังงานรวมทั้งหมดภายในปี 2564 และกล่าวถึงการผลิตก๊าซชีวภาพมีเป้าหมายอยู่ที่ 600 เมกะวัตต์ และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือกระทรวงพลังงานยังมีนโยบายส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนรวมถึงเกษตรกร ปลูกหญ้าเลี้ยงช้างหรือหญ้าเนเปียร์นำมาผ่านกระบวนการหมักย่อย เพื่อการผลิตก๊าซชีวภาพอีกด้วย โดยจะมีการวางเป้าหมายของการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์ในหลายจังหวัด ซึ่งหญ้าชนิดนี้เพาะปลูกง่ายให้ผลผลิต 36-80 ตันต่อไร่ และสามารถปลูกได้ในพื้นที่แห้งแล้ง และมีราคาขายไม่ต่ำกว่า 300 บาทต่อตัน โดยผลผลิตในระดับต่ำสุดอยู่ที่ 36 ตันต่อไร สูงสุด 80 ตันต่อไร่ และจะสร้างรายได้ในกับเกษตรกรมากกว่าการปลูกมันสำปะหลัง

              โดยในปัจจุบันได้มีการตั้งโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์ที่จังหวัดเชียงใหม่ และกระทรวงพลังงานวางแผนจะขยายอีกที่สู่จังหวัดนครราชสีมา โดยจะทำตามประเทศแม่แบบคือ เยอรมัน ที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากหญ้า

เนเปียร์ได้ถึง 7,000 เมกะวัตต์ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท การปลูกหญ้าเนเปียร์ 1,000 ไร่ จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1 เมกะวัตต์

ระบบก๊าซชีวภาพก่อให้เกิดประโยชน์มากมายทั้งในด้านการอนุรักษ์พลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการเกษตร โดยก๊าซชีวภาพ 1 ลูกบาศก์เมตร[1] เท่ากับก๊าซหุงต้ม 0.46 กิโลกรัม  น้ำมันเบนซิน 0.67 ลิตร น้ำมันดีเซล 0.60 ลิตร น้ำมันเตา 0.55 ลิตร ฟืนไม้ 1.50 กิโลกรัม และไฟฟ้า 1.2-2.5หน่วย[2]

 

 [1] ก๊าซชีวภาพที่มีก๊าซมีเทนเป็นองค์ประกอบร้อยละ 65 ที่ความดัน 1 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซีส

 [2] ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

 รูปประกอบ

ขอขอบคุณข้อมูลและอ้างอิง

1. กรมส่งเสริมธุรกิจพลังงาน,  กระทรวงพลังงาน

2. กรมพัฒนาพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน, กระทรวงพลังงาน

3. โครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • นักลงทุนสัมพันธ์
  • ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
  • ประวัติบริษัท
  • ข้อมูลทางการเงิน
  • ข้อมูลราคาหลักทรัพย์
  • ข้อมูลการปันผล
  • ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น
  • ห้องข่าว
  • เอกสารและเผยแพร่เพื่อนักลงทุน
  • เว็บแคสและเอกสารนำเสนอ
  • สอบถามข้อมูลนักลงทุน
  • เกี่ยวกับพีทีจี
  • เกี่ยวกับ พีทีจี
  • วิสัยทัศน์ & พันธกิจ
  • ค่านิยม
  • โครงสร้างคณะกรรมการบริหารองค์กร
  • คลังน้ำมัน
  • สถานีบริการ

  • สมาชิกบัตรพีที แมกซ์
  • ของรางวัล
  • รายละเอียดและเงื่อนไข
  • ผลิตภัณฑ์เเละบริการ
  • มาตรฐาน
  • น้ำมันเชื้อเพลิง
  • น้ำมันเครื่อง พีที แมกซ์นิตรอน
  • ขนส่ง
  • มินิมาร์ท
  • กาแฟพันธุ์ไทย

  • โอกาสทางธุรกิจ
  • สมัครแฟรนไชส์และเช่าสถานีบริการ
  • จัดหาวัสดุ
  • กิจกรรมเพื่อสังคม
  • โครงการเพื่อสังคม พีทีจี
  • กิจกรรมเพื่อสังคม
  • สมัครงาน
  • ร่วมงานกับเรา
  • เกร็ดความรู้
  • เกร็ดความรู้
  • ข่าวสารและโปรโมชั่น
  • ข่าวสาร
  • โปรโมชั่น
  • โฆษณาและประชาสัมพันธ์
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2555 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
  • เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์
PT Call Center
1614
หรือ 02-793-3400